Home

Anthropologists & Cannihmoiism

มกราคม 18, 2010

เมื่อทีมวิจัยทางมานุษยวิทยาหลากหลายสาขาถูกส่งไปสำรวจชุมชนที่มีวัฒนธรรมการกินหมอย พวกเขามีทรรศนะที่ต่างกันเกี่ยวกับการกินหมอยดังนี้

“การกินหมอยนี่มันเป็นช่วงหนึ่งของวิวัฒนาการของสังคมทั้งนั้นถ้าสังคมวิวัฒน์ไปกว่านี้พวกเขาก็คงเลิกกินหมอย” นักมานุษยวิทยาจากศตวรรษที่ 19 (มาได้ไงวะ)

“พวกเขาต้องรับการกินหมอยมาจากวัฒนธรรมอื่นแน่ๆ” นักมานุษยวิทยาที่เชื่อในทฤษฎีการกระจายตัวทางวัฒนธรรม (อืม ยังพอมีอยู่)

“หมอยเป็นสัญลักษณ์ที่อัดแน่นไปด้วยความหมายของชุมชนนี้ เราต้องตีความพิธีกรรมกินหมอยเพื่อไขไปสู่ความเข้าใจโลกทางวัฒนธรรมของชุมชนนี้” นักมานุษยวิทยาสัญลักษณ์

“อืม อะไรคือคู่ตรงข้ามของหมอย?” นักมานุษยวิทยาแนวโครงสร้างนิยม

“ชุมชนนี้อาจจะไม่ได้กินหมอยมาแต่เดิมก็ได้ ไอ้การกินหมอยมันต้องเกี่ยวอะไรกับการขยายตัวของทุนนิยมโลกแน่ๆ” นักมานุษยวิทยาแนวเศรษฐศาสตร์การเมือง

“ไอ้การผลิตหมอยและกินหมอยนี่มันเป็นวิธีการผลิตแบบหนึ่งแน่ๆ ปัญหาคือมันเชิ่มต่อกับวิถีการผลิตแบบทุนนิยมอย่างไร?” นักมานุษยวิทยาเศรษฐกิจที่ได้รับอิทธิพลจากมาร์กซิสต์เชิงโครงสร้าง

“การกินหมอยมันต้องเกี่ยวข้องกับการรักษาโรคบางอย่างในคติของชาวบ้านแน่ๆ” นักมานุษยวิทยาการแพทย์ (แบบเก่า)

“ดูสิพวกเขาต้องมากินหมอย มันต้องเป็นความรุนแรงเชิงโครงสร้างที่พวกเขาโดนกระทำแน่ๆ เลย” นักมานุษยวิทยาการแพทย์ (แบบใหม่)

“พวกเขาต้องมีคำเรียกหมอยที่มากมายเหมือนที่เอสกิโมมีคำเรียกหิมะมากมายแน่ๆ” นักมานุษยวิทยาภาษา (แบบเก่า)

“เราต้องดูสิว่าในสถานการณ์การพูดจริงๆ เขาพูดถึงหมอยอย่างไรยังไงบ้าง จะมาดูแต่คำในภาษาไม่ได้” นักมานุษยวิทยาภาษา (แบบใหม่)

“เราต้องมองหมอยจากมุมมองของผู้หญิงด้วยสิ” นักมาุนุษยวิทยาแนวสตรีนิยม

“เราไม่สามารกจะสร้างภาพตัวแทนการกินหมอยของพวกเขาและถือว่าเป็น ‘ความจริง’ นะ” นักมานุษยวิทยาในกระแส Writing Culture

“เราจะสร้างโครงสร้างของการกินหมอยเฉยๆ ไม่ได้นะ เราต้องเห็นความเป็นผู้กระทำการของคนกินหมอยที่อาจไม่สอดคล้องกับโครงสร้างด้วย” นักมานุษยวิทยาแนวทฤษฎีการปฏิบัติ

“เวลาพวกเขาไปอยู่ที่อื่นพวกเขายังกินหมอยมั้ย?” นักมานุษยวิทยาที่ศึกษาคนพลัดถิ่น

“ในการศึกษาการกินหมอยเราไม่ควรจะให้ความสำคัญแต่สิ่งที่เห็นไม่ได้ ต้องพูดถึงผัสสะอื่นๆ เช่น รส, กลิ่น ด้วย” นักมานุษยวิทยาผัสสะ

“การกินหมอยเป็นการต่อต้านแน่ๆ แต่จะต่อต้านอย่างไรเราต้องมองจากมุมมองเขานะ” นักมานุษยวิทยาในกระแสการศึกษาการต่อต้าน

“เราต้องเข้าใจหมอยในฐานะของวัตถุที่มีความเป็นผู้กระทำการ เราต้องเข้าใจว่าคนกับหมอยแยกกันไม่ได้ คนไม่ได้มีหมอยอย่างเดียว หมอยมีคนด้วย ทั้งคู่เป็นผลผลิตของกันและกัน” นักมานุษยวิทยาแนววัฒนธรรมเชิงวัตถุ

“เราต้องไม่ตีความปฏิบัติการณ์ของการกินหมอยภายใต้โครงสร้างๆ เดียว เราต้องมองผู้กินหมอยในฐานะของพื้นที่ที่หลายๆ โครงสร้างตัดข้ามกัน ผู้กินหมอยอาจจะเป็นอนุรักษ์นิยม เป็นพวกถึงรากถึงโคน หรือเป็นอย่างอื่นๆ พร้อมๆ กันก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่ามองเขาบนโครงสร้างแบบใด พูดอีกแบบคือ บริบทของการกินหมอยครั้งหนึ่งๆ นี่สามารถมองได้หลายอย่าง การกินหมอยอาจเป็นการอนุรักษ์นิยมในบริบทของความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นไปพร้อมๆ กับการที่มันเป็นวัฒนธรรมแบบถึงรากถึงโคนในบริบทของโลกก็ได้ ในขณะเดียวกันมันก็อาจจะประเมินค่าทางการเมืองยากถ้าเราจะพิจารณาการกินหมอยในโครงสร้างของสุนทรียศาสตร์การกินหมอยเอง นอกจากที่เราควรจะพิจารณาการกินหมอยบนโครงสร้างหลายๆ ชุดแล้ว เราจึงควรจะพิจารณาการกินหมอยในฐานะที่มันมีพลวัตรด้วย ไม่งั้นเราจะไม่เข้าใจวัฒนธรรมย่อยการกินขนตูดของพวกวัยรุ่นไปจนถึงไม่สามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างที่อาจถูกสะท้อนออกมาจากปฏิบัติการการกินหมอยไม่ว่ามันจะเปลี่ยนหรือหยุดนิ่ง” นักมานุษยวิทยาแบบผู้เขียน (แซวตัวเองซะงั้น)

The Only Good One… is A Dead One

มกราคม 18, 2010

Soren Kierkegaard “เพื่อนบ้านที่ดีคือเพื่อนบ้านที่ตายแล้ว”

Karl Marx “นายทุนที่ดีคือนายทุนที่ตายแล้ว”

Friedrich Nietzsche “พระเจ้าที่ดีคือพระเจ้าที่ตายแล้ว”

Sigmund Freud “จิตสำนึกที่ดีคือจิตสำนึกที่ตายแล้ว”

Roland Barthes “ประพันธกรที่ดีคือประัพันธกรที่ตายแล้ว”

Jacques Derrida “โครงสร้างที่ดีคือโครงสร้างที่ตายแล้ว”

Louis Al…thusser “เมียที่ดีคือเมียที่ตายแล้ว”

Michel Foucault “อำนาจที่ดีคืออำนาจที่ตายแล้ว”

พวก Necrophilic “คู่นอนที่ดีคือคู่นอนที่ตายแล้ว”

พวก Misanthropic “มนุษย์ที่ดีคือมนุษย์ที่ตายแล้ว”

พวก Conservative “วัฒนธรรมที่ดีคือวัฒนธรรมที่ตายแล้ว”

พวกนักปฏิวัติ “รัฐที่ดีคือรัฐที่ตายแล้ว”

… ผู้เขียน “หยุดเขียนไปกินข้าวดีกว่ากูหิวจะตายอยู่แล้ว”