Home

So Far East Concert 08-08-07

สิงหาคม 24, 2007

ผมไปถึงตอนราวๆ ก่อน 2 ทุ่มเล็กน้อย

วงยังไม่เริ่มเล่น ยังทำ Sound Check กันอยู่

ผมจึงไปนั่งรอก่อนดังนั้นจึงขอรายงานสภาพร้านก่อน

ร้าน Noriegas นั้นอยู่ทางขวาทางด้านซ้ายสีลมซอย 4 เป็นร้านที่มีสองชั้น หน้าร้านเป็นกระจก พอเปิดเข้าไปด้านขวาจะพบคอกดีเจขนาดราวๆ 1.5 x 3 ตารางเมตร ถัดจากคอกดีเจจะเป็นเวที (ที่ไม่ยกพื้น-คืออยู่บนพื้นระดับเดียวกับคนดู) ขนาดราวๆ 2 x 7 ตารางเมตร ถัดมาจะเป็นบันใดขึ้นไปชั้นสอง ด้านซ้ายของร้านจะเป็นบาร์ยาว ซึ่งมีเก้าอี้สูงๆ ให้นั่ง มีพื้นที่ว่างกลางร้านกว้างราวๆ 3 เมตร ให้ยืนดูได้ และมีเสาต้นเขื่องสองต้นอยู่ในพื้นที่นี้ให้พอยืนพิงได้พอไม่เมื่อย ด้านในร้านนั้นจะเป็นพื้นที่ยกระดับขึ้นราวๆ สองฟุตละมีพวกโซฟาและเบาะยาวๆ อยู่ประกอบกับโต๊ะยาวๆ ราวๆ 3 โต๊ะ ให้นั่งดูได้ในระยะไกล อีกซีกของด้านในร้านเป็นห้องน้ำชาย สำหรับชั้นสองซึ่งเป็นชั้นลองนั้นจะประกอบไปด้วยครัว และห้องน้ำหญิ่ง พื้นที่ตรงริมด้านบนเวทีเป็นรูโหว่ให้นั่งรอบๆ แล้วมองลงมาดูวงได้ ซึ่งจะเห็นตรงหัวกบาลนักดนตรีพอดี

คนที่มาดูในงานนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายที่ผมพบว่าค่อนข้างดูสะอาดสะอ้านทีเดียว (ต้องเข้าใจปกติผมไปแต่งานพวก Metal หรือ Hardcore Punk อะไรเทือกนี้) แต่งกายหลากหลายมีตั้งแต่เสื้อยืด เสื้อเชิ๊ต ไปจนถึงแต่งการเนี๊ยบๆ แบบนักท่องราตรี คนจำนวนมากดูแล้วจะได้ Feel ตี๋ๆ เนี๊ยบๆ จากการสอบถามผู้จัดงานพบว่ามีคนซื้อบัตรราวๆ 30 คนเศษๆ แต่มีคนในงานรวมๆ 60 คนตอน Peakๆ (รวมพวกนักดนตรีและ Staff ด้วย)

ผมได้นั่งคุยกับคนที่มางานคนหนึ่งพบว่าเขาจบการศึกษาด้านสื่อมาจาก ม. บูรพา และคุยกับนักดนตรีท่านหนึ่งซึ่งจบมาจากโรงเรียนผม (เห็นว่าคุ้นจึงไปทัก) พบว่าวงเขาเป็นวงที่ตั้งมาตั้งแต่เรียนศิลปกรรมที่จุฬา ดูจากสภาพงานรวมๆ แล้วผมจะจะขอเดาสุ่มๆ ในที่นี้ว่า “ชนชั้น” ของคนในงานน่าจะเป็นประมาณชนชั้นกลางที่ค่อนข้างมีรายได้ จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี

เมื่อถึงเวลาราวๆ 2 ทุ่มครึ่งวงดนตรีวงแรกก็เล่น

วง Naked นั้นเป็นวงสี่คน (กีต้าร์, เบส/ ร้องเสริม, กลอง, ร้องนำ) ที่มีนักร้องเป็นผู้หญิงผมสั้นๆ ท้วมเล็กๆ (ดูๆ ไปนึกถึง Poly Styrene ของ X-Ray Spex เหมือนกัน – แต่รายนั้นแต่งตัวเวอร์กว่า) ดนตรีเป็น Garage Punk สนุกๆ ที่มีเสียงกีต้าร์แกว่งๆ (Twang – เรียกถูกมั้ย?) พังดูเพลินๆ ดีการร้องส่วนใหญ่ออกแว๊ดๆ ทำนอง Karen O ของ Yeah Yeah Yeahs (จริงๆ ผมว่า Poly ก็ร้องแบบนี้นะ เผลอเป็นพิมพ์เขียวของพวกนักร้องผู้หญิงในแนวทางแบบนี้ยุคหลังด้วยซ้ำ) ซึ่งก็เป็นอีกวงที่ทางวง Cover ด้วย คิดว่าวงนี้เล่นเพลงตัวเองและ Cover ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่ง

หลังจาก Naked เล่นไปได้ราว 7-8 เพลง การแสดงก็จบไปในเวลาราวๆ ครึ่งชั่วโมง ซึ่งต่อจากนั้นก็เป็นช่วงคั่นเวลายาวราวๆ 10-15 นาทีที่ไม่มีพิธีกรดำเนินรายการ แต่มีการเปิดเพลงให้ฟังไปพลางๆ รอนักดนตรีวงใหม่ Sound Check ไปพลาง (ซึ่งเป็นมาตรฐานของช่วงคั่นเวลาคอนเสิร์ตครั้งนี้)

วงต่อมาที่เล่นคือ Ghost Story เป็นวงห้าคน (กีต้าร์/ ร้องเสริม, กีต้าร์, เบส, กลอง, ร้องนำ) นักร้องวงนี้ดูจะเป็น”พ่องาน” สำหรับงานนี้ มือกีต้าร์คนนึงใช้ Les Paul คนนึงใช้ Telecaster (งงเหมือนผมไหมว่ามันไม่ควรมาอยู่ด้วยกันไงไม่รู้) เพลงของวงนั้นเป็น Emo ที่กะฉึกกะฉักน่าดูทีเดียว แทบไม่มีจังหวะนิ่งๆ นานๆ ให้หายใจหายคอกันเลย ที่แปลกคือ ไม่มีใครในวงแต่งเครื่องแบบ Emo เลย แม้แต่ทรงผมก็ไม่มี มือกลองมีการใช้กระเดื่องคู่ในเพลงแซมแต่มันไม่ค่อยแรงเอาเสียเลย (ต้องเข้าใจว่าผมพึ่งเจอแผ่นดินไหวมาอาทิตย์ที่แล้ว ในการเล่นสดของ Rajasinga) แต่ฟังดูแล้วเพลงก็จัดว่าเจ๋งเลย เผลอๆ วงนี้มีคนดูเข้ามาออกันมากสุดด้วยซ้ำ

วงที่เล่นต่อมาคือ The Love Song จาก ฮ่องกง เป็นวงสี่คน (ร้องนำ/กีต้าร์, กีต้าร์, เบส/ ร้องเสริม, กลอง) มีกีต้าร์ร้องน้ำโดดเด่นด้วยหัวที่โล้นเลี่ยน (ไม่รู้ได้รับอิทธิพลจาก Billy Corgan หรือเปล่า?) เวลาร้องต้องเอาขาชิดกันแล้วย่อเข่าเล็กๆ (จริงๆ ไมค์มันสูงได้กว่านั้นนะ) คงเป็นท่าเค้ามัง ดนตรีของทางวงก็เป็น Emo เช่นกัน แต่ค่อนข้างจะดำเนินเพลงค่อนข้างลื่น ไม่กะฉึกกะฉักแบบ Ghost Story โดยส่วนตัวผมฟังแล้วเฉยๆ นะ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเลี่ยน Emo จากวงก่อนหน้า อีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่ค่อยได้ยินเสียงร้อง … แต่กลับมาฟังใน Myspace แล้วดีแฮะ

วงสุดท้ายคือ Samurai Loud (วง Tookoo จากปักกิ่งมีปัญหาวีซ่าเลยไม่ได้มาน่าเสียดายอยู่ เพราะ เป็นวงที่อยากดูที่สุด) เป็นวง 5 คน (กีต้าร์, เบส/ร้องเสริม, กลอง, คีย์บอร์ด, ร้องนำ) วงนี้แต่งตัวแฟนซีมากๆ มือกีต้าร์ใส่เสื้อยืดฉีกแขนฉีกคอสีแดงและเอาโบว์สีชมพูระยิบระยับอันเบิ้อเริ่มมาติดเป็นหูกระต่าย มือเบสหัวฟูของวงนั้นไม่ใส่เสื้อแต่ใส่เอี๊ยม และใส่แขนตาข่ายสีขาวที่แขนทั้งสองข้าง และ เอาฝ้าสีชมพูระยิบระยับคาดปาก มือคีย์บอร์ดนั้นแต่งชุดแบบไดในเสาร์ตัว Mascot ตามสวนสนุกสีเขียวเหลือง (แต่ยังดีไม่เอาอะไรใส่หัว) นักร้องร่างเตี้ยนั้นใส่เสื้อนอกมันๆ สายขาวตำดูลานตา คนที่ดูเรียบร้อยสุดเห็นจะเป็นมือกลองที่ใส่เสื้อผ้าเหมือนคนอื่นๆ ทั่วๆ ไป

เมื่อเริ่มเพลงแรกนักร้องก็แสดงลีลาสะดีดสะดิ้งเต็มที่มีทั้งการเตะไปเตะมา กระโดดเตะ วิ่งไปวิ่งมา เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ฯลฯ ซึ่งก็เรียกเสียงฮาและดึงความสนใจได้ไม่เลวทีเดียว เพลงของวงนี้ถ้าจะได้เรียกก็เรียกว่า Art Garage ได้มั้ง Detal ย่อยๆ ของเพลงนั้นอยู่ที่กีต้าร์เป็นหลักที่มี Funk มาปน และริฟ์ในแบบที่มัน Advance มาปนเล็กน้อย ส่วน Bass และ กลองนั้นเล่นค่อนข้างจะตรงๆ เรื่อยๆ (Straight Forward) ให้ Feel แบบพุ่งไปด้านหน้า ไม่ค่อยกระตุกเท่าไร จะมีหยุด ก็หยุดพร้อมกันทั้งวง ส่วนนักร้องนั้นไม่ได้ร้องใน Range ที่กว้างนัก มีการร้องปกติ ร้องบ่นๆ ออกเสียงเพื้ยนๆ ไปจนถึงการ หัวเราะปน ให้สีสันไม่เลว นอกจากลีลาที่ดึงความสนใจได้มากของเขา

พอวงนี้เล่นเสร็จผมก็ไปพูดคุยกับนักร้องเล็กน้อย  หลังจากนั้นผมก็เดินออกจากงานพบ CD วง The Love Song ขายอยู่ประมาณ 200 บาทกระมัง แต่ผมไม่ได้ซื้อ เพราะ ไม่ประทับใจเท่าไร

สัมภาษณ์

“แจ็ค” คนดู

“วอร์ม” นักร้องนำวง Samurai Loud

ป.ล. ปรับปรุงจาก Concertography ที่เขียนขึ้นหลังจากกลับมาจาก Concert

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: