Home

The Negative Ontology: The Lacanian Case of The Phallic Signifier and The Barred Subject ($)

พฤษภาคม 10, 2007

The Dead (Structuralist’s) Subject and The Undead (Lacanian) Subject

ประเด็นความต่างระหว่างแนวคิดเรื่อง Subject ของ Lacan กับ Structuralism โดยรวมๆ นั้นค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่เข้าใจกันโดยทั่วไป  Lacan นั้นจะ Maintain Idea เรื่อง Subject ในขณะที่ Structuralism จะบอกว่า Subject ตายแล้ว และไปให้ความสำคัญของ Structure แทนอย่างไรก็ดีตรงนี้ต้องขอเน้นว่าความแตกต่างนั้นมันจะเกิดขึ้นชัดเจนมากๆ ใน Late Lacanian (Of The Real) ที่อาจเริ่มตั้งแต่ราวๆ Seminar VII: Ethics of Psychoanalysis เป็นต้นมา สำหรับ Middle Lacanian (Of The Symbolic) นั้น จุดเน้นอาจคล้ายกับพวก Stucturalism โดยทั่วๆไป คือ เน้นเกี่ยวกับโครงสร้างที่กำหนด  (Determine)  การกระทำของ Subject ซึ่ง Lacan ในช่วงนี้เป็นช่วงที่รับ Structural Linguistic มาใหม่ๆ ซึ่งเป็นะกระแสเดียวกับ Structuralism โดยรวมๆ จึงไม่แปลกที่หลายๆ คนจะจำเขาในช่วงนี้ได้ ซึ่งความทรงจำของหลายๆ คนเกี่ยวกับช่วงนี้รวมไปจนถึง Quote ที่ใช้กันจนช้ำอย่าง “Unconcious Structure Like A Language” ด้วย

ที่นี้มันจะมีจุดเปลี่ยนที่สำคัญก็คือ Lacan นั้นเกิดพบว่า กระบวนการ Symbolization นั้นไม่สามารถไปได้ถึงที่สุด มันเกิด Leftover อยู่เสมอ

ซึ่ง Leftover นี่ในบางระดับก็เป็นสิ่งเฉพาะ ที่ Psychoanalysis ให้ความสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็น Breakdown in the Causal Chain of Event, Trauman, Slips, ไปจนถึง Symptom อื่นๆ กล่าวในอีกแบบก็คือ Psychoanalysis นั้นโดยพื้นฐานแล้วจะให้ความสนใจและความสำคัญกับภาวะที่ผิดปกติในจากการดำเนินไปตามปกติ (หรือตามกฏเกณฑ์ในเชิงสัญลักษณ์ [Symbolic Rules or Laws]) ของสรรพสิ่ง

เมื่อ Lacan มาถึงตรงนี้ประเด็นจึงกลับมา Focus ในสิ่งที่มัน Over The Symbolic สิ่งที่มันไม่สามารถ Properly Integrated in The Symbolic

ตรงนี้ถ้าจะพูดเปรียบเทียบอย่างหยาบๆ ก็คือ Structuralism รวมไปจนถึง Deconstuctionism นั้นล้วนยังวนเวียนอยู่ใน Symbolic แต่ Lacan นั้นพยายามจะพูดถึง อะไรที่ Beyond Symbolic (โปรดนึกถึง Beyond Pleasure Principle ประกอบเพราะ ในระดับหนึ่งแล้วมันเป็นประเด็นที่แทบจะเรียกว่าประเด็นเดียวกันเลย ถ้ามองแบบ Lacanian) พยายามจะพูดถึง Deadlock ของ Symbolic (นึกถึง The Other Does Not Exist ไปจนถึง The Woman Does Not Exist  ด้วย เวลา Lacan พูดถึงสิ่งเหล่านี้เขากำลังพูดถึง Deadlock ของ Symbolic อนึ่ง Exist ในที่นี้หมายถึง Exist ในแบบ Closed Harmonious Whole ประเด็นของ Lacan คือมันเป็นไม่ได้เพราะ มันมีรูโหว่ มันมี Inconsistency หรือ Deadlock ในนั้น)

 ซึ่งการเน้นประเด็นอะไรพวกนี้ก็เป็นอะไรที่เกิดจากจุดเน้นแบบ Psychoanalysis มากๆ ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว

เมื่อมาถึงตรงนี้คงจะพอเริ่มพูดกันได้ว่าทำไม Subject ถึงเป็น Empty Place หรือ Void

ตรงนี้ต้องย้อนไปหน่อยตอน Middle Lacanian ในตอนนี้ Subject นั้นยังเป็นอะไรที่อยู่ใน Symbolic อยู่ Subject ในตอนนี้นั้นน่าจะเกิดจาก Symbolic Process

ลองนึกถึงประโยคของ Freud ‘Where the it was, “I” shall come into being.’ ถ้าอ่านแบบหนึงแล้วจะพบว่า it นั้นคือตัวตนในระดับ Mirror Stage ส่วน I คือตัวตนที่เกิดจากการเข้ามาของ Symbolic (คิดไปคิดมาผมไม่ชัวร์เท่าไรว่าประโยคนี้อ่านอย่างนี้ต้องกลับไปเช็คอีกที)

สรุปง่ายๆ คือ I ของ Middle Lacanian นั้นเกิดจาก Symbolic และอยู่ใน Symbolic

พอต่อมาเมื่อมีการเน้นเรื่อง Leftover ของ Symbolic สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ Lacan นั้นแยก Subject of Enunciation กับ Subject of Enunciated Content

พูดง่ายๆ ก็คือเวลาพูดว่า “ฉัน” นั้น คำว่า “ฉัน” ในประโยค (ใน Symoblic Order หรือ The Other – ในแง่นี้ทั้งสองสิ่งนั้น Coincide) กับ “ตัวฉันจริงๆ ที่พูด” นั้นเป็นคนละสิ่งกัน มันมี Gap ระหว่างกัน

ตัวฉันจริงๆ นั้นคือ Empty Place ที่ถูก Represent โดย Symbolic (นึกถึง A signifier is what represent the “Subject” for another signifiers.)

Symbolic ไม่ใช่สิ่งที่มีมาแต่แรก มันโผล่เข้ามา (ตรงนี้ชัดเจนอยู่แล้วในงาน Lacan ช่วงกลางๆ ที่พูดถึงการ Form ตัวของ Subject เมื่อ Symbolic นั้น เข้ามา Intervene ใน Mirror Stage) และมันก็คลุมทุกอย่างมันสร้างโลกขึ้นมา

แต่ปัญหามันอยู่ที่ Symbolic ไม่ได้โผล่มาแต่แรกนี่แหละ เราจะพูดถึงสิ่งที่มาก่อน Symbolic อย่างไร?

การ Proceed ประเด็นตรงนี้ก็ต้องไปต่อว่าเราไม่สามารถพูดถึง (หรือ Symbolize) สิ่งที่มาก่อน Symbolic ได้ ทว่าเราพูดได้ว่า “มันพูดถึงไม่ได้” (We Can Symbolize That it is Impossible to Symbolize) Symbolic นั้นทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าจะ Represent ความขาดหายในตัวมันเอง (ตรงนี้ลองนึกถึงกระบวนการเปลี่ยนจาก Lack of Signifier ไปเป็น Signifier of The Lack)

นี่อาจเป็น Step ที่สำคัญที่ Derrida นั้น Criticize Lacan ว่าเขาทำการ Ontologize Lack ก็ได้ อย่างไรก็ดีกระบวนการนี้และ Distinction ตรงนี้สำคัญมากๆ สำหรับ Lacanian

กล่าวคือ การพูดถึง Nothing as a Thing นั้นเป็นสิ่งที่ Cricial มากๆ สำหรับ Lacan มันเป็นพื้นฐานสำคัญในการพูดถึง Death Drive, Real, Jouissance, objet petit a ไปจนถึง Subject (ของพวกนี้ใน Late Lacanian อยู่ในระนาบเดียวกัน)

ผมว่า Gap ตรงนี้มาจาก orientation ที่ต่างกันของ Philosophy กับ Psychoanalysis ด้วย

ซึ่งทั้งหมดนี้น่าจะแสดงให้เห็น Distinction ระหว่าง Lacan กับ Structuralism ไม่บ้างก็น้อยถ้าจะกล่าวสรุปอย่างสั้นที่สุดแล้ว Subject สำหรับ Lacan นั้นแม้จะเป็น Void แต่ก็มีบทบาทที่สำคัญเป็น Positive Term ในขณะที่ Subject ที่ตายแล้วของ Structuralism นั้นก็เป็นสิ่งที่ตายไปแล้วไม่ต้องไปสนใจมันอีกต่อไปเป็น Negative Term

หรือจะกล่าวให้มันยุ่งไปกว่านั้นอีกก็ต้องเป็นว่า Lacanian Subject นั้นมีลักษณะ Negatively Positive ส่วน Structuralism Subject นั้นมีลักษณะแบบ Negatively Negative

Further Remarks on The Phallic Signifier

ประเด็นกระบวนการเปลี่ยนจาก Lack of Signifier ไปเป็น Signifier of The Lack นั้น โดยพื้นฐานแล้วคือประเด็นของ Phallic Signifier

คำถามคือ ประเด็นนี้อยู่ตรงไหน? ถ้าในงานของ Lacan เองก็มักจะบอกกันว่าอยู่ใน Signification of Phallus (หรือ Meaning of Phallus ในอีกสำนวนแปล) เป็นบทความสั้นๆ ที่ผมอ่านไปหลายรอบ แต่ก็ยังห่างจาก Total Understanding ไปมากๆ (Even if it is possible)

ผมไม่ได้ Get หมดตรงนั้น ประเด็นที่ผมจะพูดตรงนี้ผมเข้าใจจากงานชั้นสองซึ่งมักจะบอกคล้ายคลึงกัน เป็น General Understanding of Lacan ว่างั้นเถอะ (แต่จะ Misread กันเป็นโขยงหรือเปล่านี่ไม่อาจทราบได้)

ประเด็นของ Phallic Signifier ก็คือ การมอง Phallus ในฐานะ Signifier ตรงนี้ Lacan มองว่า Phallus นั้นเป็น Signifier ของ Castration ซึ่งเป็นสิ่งตรงข้ามกับมัน

ในแง่นี้ Phallus จึง Signify การหายไปของมันเองซึ่งก็คือ Castration

พูดตรงแล้วๆ ตรงนี้ผมก็ว่า มันงงๆ เหมือนกัน แต่ผมคิดว่าการจะเข้าใจตรงนี้ได้น่าจะต้องทำการ Locate ประเด็นเหล่านี้ลงไปใน Child Psychology ซึ่งผมไม่มีความรู้เลย อย่างไรก็ดีเข้าใจว่าการเสนอแบบนี้มัน Radical มากๆ

ฟังดูไม่ Make Sense สุดๆ ถ้าจะพูดอย่าง Vulgar ก็ต้องถามว่า “เจี๊ยวมันจะเท่ากับการตัดเจี๊ยวได้อย่างไร?”

อย่างไรก็ดี Phallus กับ Penis เป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งอาจเป็นตรงนี้ก็ได้ที่ทำให้ Logic of Phallic Signifier เป็นไปได้

ถ้าผมจำไม่ผิดมันจะมีประโยคที่ว่า Woman is a Phallus อยู่ด้วย ซึ่งก็น่าจะเป็นความเข้าใจในระนาบเดียวกัน

อย่างไรก็ดีตรรกะของ “กระบวนการเปลี่ยนจาก Lack of Signifier ไปเป็น Signifier of The Lack” นั้นก็เป็นสิ่งที่ผมเห็นว่าเกิดขึ้นบ่อยๆ ในหลายๆ แง่มุม สามารถใช้จัดการกับประเด็นที่ดู Self-Defeating ได้มาก

อย่างไรก็ดีผมคิดว่า ผมคงต้องมีคำตอบที่ดีกว่านี้หน่อยถ้าผมต้องการจะพูดถึงประเด็นนี้ในงานจริงๆ ซึ่งก็คงต้องกลับไปเช็คดูอีกรอบ เพราะ ความรู้ตอนที่ได้อ่านเรื่องพวกนี้ยังไม่อาจทำให้เห็นประโยคที่มันจั๋งๆ

More Remarks on Comparative Views about Subject between Lacan and Structuralism

โดยทั่วไปแล้ว ผมคิดว่าการพูดถึงประเด็นทำนอง Subject ตายแล้ว ของ Lacan นั้นน่าจะต่างจากหลายๆ คนใน So-Called Structuralism

เพราะ สำหรับ Lacan นั้น Subject นั้นไม่ได้ Always Already Dead โดยทั่วๆ ไปแล้ว Structuralism คนอื่นๆ (ตามที่ผมเข้าใจ) นั้นจะไม่ทำการพูดถึง Subject เพราะมันตายไปแล้ว จะเรียกว่า Take Subject for Granted ก็ได้

แต่ประเด็นที่สำคัญมากๆ ของ Lacan ก็คือ Subject ตายยังไงด้วย สิ่งที่ต้องไม่ลืมเลยก็คือ Lacan นั้นเป็นรุ่นใหญ่มากๆ เกิดปี 1901 (เกิดก่อน Levi-Strauss ตั้งราวๆ 7 ปี) ผ่านกระบวนการ Formulate แนวคิดมาหลาย Step มากๆ กว่าที่จะมาเป็น Structuralism Lacan

งานก่อนหน้านั้นที่ดังอย่างชัดเจนก็คือ Mirror Stage จะเห็นได้ว่า Lacan นั้นให้ความสำคัญกับการเจริญเติบโตของเด็ก

ซึ่งในงานต่อๆ มาที่ได้รับอิทธิพลจาก Structuralism แล้ว จะพบว่า Lacan นั้นพยายามจะอธิบายการเข้ามาของ Symbolic Order สำหรับเด็กด้วย

ซึ่งถ้ามองแบบ Structuralism แล้ว นี่คือการพยายามจะอธิบายว่า “Subject ตายยังไง?” ซึ่งเป็นจุดที่คนอื่นไม่ค่อยเน้น (ผมคิดว่านะ) แต่อย่างไรก็ดีสำหรับ Lacan นั้น Subject ก็ไม่ได้ตายง่ายๆ แบบนั้น ในทางตรงข้าม มันไม่มี Subject ก่อนที่จะมี Symbolic Order ด้วยซ้ำ ซึ่งตรงนี้ดูดีๆ จะเป็นการกลับหัวกลับหางวิธีคิดแบบ Structuralism แบบปกติที่ Subject นั้นถูกฆาตกรรมโดย Structure เลย

ซึ่งสำหรับ Lacan ช่วงกลางๆ นั้น Subject จะยังอยู่ใน Structure (เพราะมันเขามาพร้อม Structure) แต่สำหรับช่วงปลายๆ นั้นไอเดียตรงนี้จะกลายเป็น Subject นั้นเป็นสิ่งที่หลงเหลือจาก Structure (Leftovers after symbolization) ซึ่งก็ยังเป็นไอเดียที่ Subject มาพร้อมๆกับ Structure อยู่ แต่จะเพิ่มว่า Subject นั้นเกิดจากความล้มเหลวของ Structure

ซึ่งการเน้นความล้มเหลวของ Structure (อันนี้เป็นคำของผมเองที่ประยุกต์มาให้พูดประเด็นนี้ในระนาบเดียวกับ Structuralism ได้) นี้เอง คือ จุดเด่นของประเด็นของ Lacan ซึ่งมีพื้นฐานแบบ Psychoanalysis

ถ้าจะให้สรุปเป็นข้อๆ สำหรับความแตกต่างสำหรับมองมองเกี่ยวกับ Subject ระหว่าง Lacan กับ Structuralism ก็คงเป็น

1. Lacan นั้น Subject นั้นยังมีอยู่ในฐานะ Void หรือ Empty Place (จะเรียกว่าเป็น Negative Entity ก็ได้) ส่วน Structuralism นั้น Subject ตายแล้ว ซึ่งก็คือไม่มี Subject

2. Lacan นั้นให้ความสนใจกับการเข้ามาของ Structure มากๆ แต่สำหรับ Structuralism คนอื่นๆ นั้น Structure นั้นค่องข้างจะเป็นสิ่งที่ Always Already There

3. สำหรับ Lacan นั้นประเด็นชัดเจนว่า Structure นั้น Totalize ไม่สำเร็จ ส่วน Struturalism นั้นในระดับหนึ่งยืนอยู่บน Premise ที่ว่า Structure นั้น Totalize ได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: