Home

Did Sombody Say Nihilism?: Remarks on Some Uses of The Notion

พฤษภาคม 10, 2007

Nihilism เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก


ก่อนอื่นเราต้องแยกระหว่าง Nihilism โดยตัวมันเอง กับ การใช้คำว่า Nihilism ในการปรามาสแนวคิดอื่นๆ
Nihilism โดยตัวมันเองแปลตรงๆ ว่า การนิยมความว่างเปล่า ซึ่งคนมักจะแปลเป็นคำไทย (ซึ่งถ้าซีเรียสก็ต้องบอกว่าคำแขก) ว่า สูญนิยม

ซึ่งตรงนี้มันจะนำไปสู่ประเด็นทางปรัชญามากมาย เช่น อะไรคือความว่างเปล่า? การต้องการความว่างเปล่ากับการไม่ต้องการอะไรเลยเหมือนกันหรือเปล่า? เป็นต้น

ผมจะไม่ลงไปตรงนั้นมากกว่านี้ เพราะผมคิดว่าประเด็นที่เป็นปัญหามากๆ ในการใช้ที่ชวนให้สับสนอยู่ที่ Nihilism แบบที่สองมากกว่า

โดยทั่วๆ ไปแล้ว Nihilism นั้นจะเป็นคำมหัศจรรย์ที่พวกอนุรักษ์นิยมนั้นชอบใช้กล่าวหากระแสความคิดอะไรก็ตามที่ท้าทายสภาวะที่เป็นอยู่ (Status Quo) ที่พวกเขาหวงแหน

ซึ่งตรงนี้ทำให้ Anti-Establishment กับ Nihilism นั้นกลายเป็นเรื่องเดียวกัน

อย่างไรก็ดีถ้าไม่ตีขลุมแบบนี้ความหมายมันคนละโยดเลย

เพราะ Anti-Establishment จำนวนมากนั้นมีแนวโน้มที่จะโค่นล้มค่านิยมเก่าๆ เพื่อที่จะเปิดพื้นที่ให้ค่านิยมใหม่ๆ ได้เกิดขึ้นได้ ในขณะที่ Nihilism นั้นจะทำลายล้างเพื่อการทำลายล้างเลย

ถ้าจะพูดในอีกภาษาหนึ่งแล้ว Anti-Establishment นั้นมีความเป็นไปได้ว่าการทำลายล้างเพื่อที่จะมุ่งไปสู่ความว่างเปล่าจะเป็นแค่ Mean (ที่จะเปิดพื้นที่สำหรับการสร้างสิ่งใหม่) ในขณะที่สำหรับ Nihilism นั้นการทำลายล้างที่จะมุ่งไปสู่ความว่างเปล่านั้นเป็น End เป็นเป้าหมายที่สมบูรณ์ในตัวมันเอง

จะว่าไปพูดถึงประเด็นนี้ผมนึกถึง Nietzsche เพราะ คนๆ เป็นคนที่ต่อต้าน Nihilism อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันเขาก็ถูกพวกอนุรักษ์นิยมหาว่าเป็น Nihilism

แน่นอน Nihilism ทั้งสองคำนั้นความหมายต่างกันแน่ โดยสั้นๆ แล้ว Nietzsche เห็นว่าระบบศีลธรรมที่เป็นอยู่นั้นทำลายล้างคน ทำให้เขาปฏิเสธชีวิต ในขณะที่พวกอนุรักษ์นิยมก็เห็นว่างานเขียนของ Nietzsche เป็นการทำลายล้างที่ไม่ทำให้เกิดอะไรขึ้นมา

ซึ่งจริงๆ ผมคิดว่าประเด็นตรงนี้สำคัญมากๆ เพราะ แน่นอนว่าสิ่งที่ Nietzsche ทำนั้นคือการทุบทำลายสิ่งที่คนนั้นเชื่อถือมาเป็นเวลานาน

แต่เอาจริงๆ แล้วเขาทำลายเพื่อการทำลายจริงหรือ?

ผมว่าอ่านข้อเขียนดีๆ แล้วไม่ใช่แน่นอน Nietzsche นั้นทำลายเพื่อให้สิ่งใหม่ๆ นั้นเกิดขึ้นมาได้ เขาดูจะต้องการสร้างศีลธรรมแบบใหม่ขึ้นบนซากปรักหักพังของศีลธรรมแบบเก่า

เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือการสร้าง (หรือให้ตรงกว่านั้นคือให้คนได้สร้างตัวเอง) ไม่ใช่ทำลาย

แต่เพื่อที่จะสร้างนั้นเขาต้องทำลายก่อน เพื่อที่จะเคลียร์พื้นที่

หรือ ถ้าจะพูดในอุปมาแบบตัว Nietzsche เอง ก็คือ เขายอมเป็น สิงโต เพื่อให้คนอื่นๆ นั้นเป็นเด็กได้ (และอูฐก็จะหาว่าแนวคิดของเขานั้นเป็น Nihilism)

ผมว่านี่คือรากฐานที่สำคัญมากๆ ในการทำความเข้าใจ Radical Thought ในศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Nietzsche

อย่างไรก็ดีเท่าที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ ผมคิดว่า การเป็น Nihilism จริงๆ (หรือในแบบแรกทำนองว่าเป็น Self-Conscious Nihilist) อย่างเต็มที่นั้นเป็นไปได้ยากมาก (ในกรณีที่ที่มันยังเป็นไปได้)

มีใครสามารถทุบทำลายค่านิยม “ทั้งหมด” ไปได้จริงๆ หรือ?

มีคนสามารถนิยมความว่างเปล่าไปไปถึงขีดสุดของตรรกะของมันได้จริงๆ หรือ? 

ถ้ามีผมว่าเขาเก่งมาก

3 Responses to “Did Sombody Say Nihilism?: Remarks on Some Uses of The Notion”

  1. cipher Says:

    มีคนเคยถูกทำลายล้างทั้งหมดมาแล้วอยู่ปีกว่า เป็นสภาวะที่แย่มาก ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรเลย เพราะชีวิตแม่งไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลย ไม่มีเลยจริงๆ แล้วก็ลองแม่งทุกอย่าง จนในที่สุดถึงพบว่าต้องสร้างอะไรที่เป็นของตัวเองขึ้นมานั่นแหละถึงจะอยู่รอด ก็เลยเป็นผู้เป็นคนที่มีชีวิตอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้

  2. TheFool Says:

    กำลังศึกษาเกี่ยวกับ Nihilism อยู่ครับ ค้นหาไปมาก็เจอเว็บนี้ อ่านดูแล้วมีข้อสงสัยครับ เกี่ยวกับความหมายของ Nihilism ของผู้เขียนข้อเขียนนี้ อีกทั้งยังโยง Nietszche เข้ามาด้วยแล้ว คือเท่าที่ศึกษามา Nietszche มีแนวคิดแบบ Nihilism (ตามความหมายคือคุณค่าไม่มีอยู่จริงเลยแม้แต่น้อย) การที่เขาสร้างคุณค่าขึ้นใหม่ (แต่ก็ไม่ใช่คุณค่าที่แท้จริง) ก็เป็นผลพวงจากความเป็น Nihilism เพราะคุณค่าของมนุษย์แบบเก่าเป็นเรื่องเพ้อพกของสถาบันทางสังคม จึงต้องสร้างคุณค่าให้กับตัวเองด้วยตัวเอง อย่างไรก็ดี ผมศึกษามาเพียงนิดเดียว ถือว่านี่เป็นการแลกเปลี่ยนปนซักถามนะครับ ขอบคุณครับ


  3. ผมว่าคนที่อ่านงานของนิทเช่แล้วเชื่อตามเขาเนี่ย คงมีปมปัญหามาก่อนแน่ๆ
    การอ่านงานของนิทเช่นั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างน่าวิตกเป็นอย่างมาก(สำหรับผม ซึ่งเป็น Neo-Conservatist)การศึกษาปรัชญาการเมืองคลาสสิค เรามีจารีตว่า ต้องเรียนรู้อย่างผู้ที่คิดโต้แย้งโสกราตีส(ตัวอย่างๆ) แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ความเคารพความคิดนักปรัชญาคนนั้นด้วย

    การตีความงานของนิทเช่ผมว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากนะครับ ต้องระวังๆ
    แนะนำให้ลองอ่านงานเรื่อง Twilight of the Idols ดีๆ แต่ต้องระวังมากๆ

    และอีกอันหนึ่งคือ When Nietzsche Wept กำสรวลของนักปรัชญา อันนี้จะมีบอกเรื่องของการสนทนาระหว่างนิทเช่กับ ดร.บาวเออร์(จิตแพทย์ที่จะรักษานิทเช่ แต่ดันกลายเป็นคนที่ต้องไปรักษาตัวเองเพราะนิทเช่วิพากษ์เข้าให้)


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: