Home

ประกาศ พันธมิตรสุราชนเพื่อสุราธิปไตยอันมีการดื่มสุราเป็นอาวุธ ฉบับที่ 10

ตุลาคม 25, 2006

ประกาศ พันธมิตรสุราชนเพื่อสุราธิปไตยอันมีการดื่มสุราเป็นอาวุธ ฉบับที่ 10[1] เรื่อง        การประกาศจุดนั่ง (ดื่มสุรา) ของทางพันธมิตร 

เรียน ท่านผู้นำ (หรือจะเรียกท่านว่าท่านผู้ตามจะเหมาะสมกว่า?)

เราจะไม่พูดซ้ำซากเรื่องช่องว่างอันน่าเย้ยหยันของระหว่างอายุที่พวกท่านอนุญาตให้เราดื่มสุราได้ กับอายุที่พวกท่านอนุญาตให้เราเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองที่เป็นทางการอย่างการเลือกตั้ง เพราะมันเป็นสิ่งที่ได้รับการพูดซ้ำ (ซาก) มามากแล้ว และเราก็มิอาจคิดหาเหตุผลกลใดที่จะทำให้ช่องว่างดังกล่าวนั้นเป็นที่เข้าใจได้หรือกระทั่งเข้าท่า

… และดูเหมือนพวกท่านและฝ่ายสนับสนุนพวกท่านหลายๆ คนก็ไม่สามารถสร้างความชอบธรรมให้กับประเด็นดังกล่าวแบบตรงไปตรงมาภายใต้แนวคิดแบบเสรีประชาธิปไตยได้ และก็พยายามเบี่ยงประเด็นช่องอันน่าขันดังกล่าวไปเป็นประเด็นของผู้ปกครองผู้หวังดีที่จะทำให้พวกเรานั้นดีขึ้น สังคมโดยรวมนั้นดีขึ้น 

การเบี่ยงประเด็นโดยการอ้างเหตุผลดังกล่าวนั้นนอกจากจะเป็นเรื่องที่น้ำเน่าซ้ำซากยิ่งกว่าละครหลังข่าวแล้วมันยังเป็นวาทศิลป์ลมๆ ที่เอาไปอ้างกับแนวคิดอะไรก็ได้ของท่าน เราทั้งหลายมิอาจรับได้ว่าพวกท่านนั้นรู้ว่าอะไรนั้นดีกับตัวของพวกเรามากกว่าตัวเราเอง และถึงท่านจะอ้างความรู้งานวิจัยหรืออะไรตะบักตะบวยก็ตามแต่เพื่อให้ท่านเป็นเสมือนผู้รู้ดี ท่านก็ไม่มีสิทธิ์ในการจัดการกับร่างกายของเราตามใจชอบ

เรานั้นถือว่าเราอยู่ในสังคมอารยะ เราถือว่าเรามีสิทธิอันชอบธรรมเหนือร่างกายของเรา เราจะทำอะไรก็ได้กับร่างกายของเราตามเจตจำนงของเรา ไม่มีใครหรือผู้ใด (ไม่ว่าจะเป็น บุตร, ธิดา, สามี, ภรรยา หรือ บุพการี ของเราก็ตาม) จะทำการละเมิดร่างกายของเราได้โดยชอบธรรมโดยปราศจากการอนุญาตของเรา

อย่างไรก็ดีเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นคือ ท่านดำรงตนราวกับว่าเป็นเจ้าของร่างกายของพวกเรา และทำการสละสิทธิ์ในการจัดการจัดการร่างกายของเราในแง่การบริโภคสุราไปอย่างหน้าด้านๆ 

สิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้นอกจากมันจะไร้ความชอบธรรมแล้ว มันยังไร้มารยาทอีกด้วย

เรามิสามารถรับได้กับพฤติกรรมอันอนารยะแบบนั้นในนามของอารยะ พวกเราแม้จะไม่ได้ทำการเชิดชูอารยะอย่างออกนอกหน้าแต่ก็เห็นว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างน้อยก็ในระดับแนวคิด พวกเราจึงรับไม่ได้กับการใช้อำนาจเถื่อนของพวกท่านในนามของอารยะ ขอให้พวกท่านรับรู้ไว้ว่ามันทำให้พวกเรานั้นคลื่นเหียนอาเจียนได้ยิ่งกว่าการเสพสุราหลากขนานในคราเดียวหลายเท่าตัวนัก

พวกท่านพยายามทำให้อำนาจเถื่อนที่พวกท่านใช้นั้นเชื่องลงด้วยข้ออ้างทางศาสนาและวัฒนธรรม ในข้ออ้างทางศาสนานั้นพวกเรายินดีจะละซึ่งอัตลักษณ์ทางศาสนาที่พวกท่านใช้อ้างดูเพื่อดูว่าท่านจะอ้างอะไรต่อไปอีก พวกเรายินดีที่จะตั้งศาสนาใหม่หรือพื้นฟูศาสนาที่มีการร่ำสุราเป็นพิธีกรรมเสียด้วยซ้ำ อย่างน้อยที่สุดมันก็อาจแสดงให้เห็นว่า พวกท่านไม่เคยเห็นสิทธิในการเชื่อและนับถือสิ่งอันแตกต่างหลากหลายของประชาชนอยู่ในสายตา

สำหรับข้ออ้างทางวัฒนธรรมนั้นคงไม่มีอะไรจะน่าหัวร่อไปกว่านี้อีก ถ้าเราไม่เอาหูเอานาเอาตาไปไรจนเกินไปนั้น ก็คงจะเห็นว่าสุรานั้นเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของคนในภูมิภาคแถวๆ นี้มานานแล้ว เพียงแต่มันรกหูรกตาวัฒนธรรมชาติอัน ดีงามของพวกท่านเท่านั้นเอง จริงๆ มันควรจะมีงานวิจัยมาสนับสนุนและสร้างความชอบธรรมว่าสุรานั้นเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเราด้วยซ้ำ แต่ที่มันไม่มีมาอย่างชัดเจนก็คงเป็นเพราะ คงอย่างพวกท่านมิให้งบกระมัง เพราะ เห็นว่ามันไม่ใช่เรื่อง ดีงามที่ควรจะเน้นย้ำ

เราจะเรียกตรงนี้ว่าอย่างไรดี? ความหน้าไหว้หลังหลอกรวมหมู่ (Collective Hypocrisy) จะดีไหม? เช่นเดียวกับหลายๆ เรื่องที่พวกท่านมิอยากยอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่มีหน้าที่ของมันสุรานั้นมีหน้าที่ในทางสังคมของมัน มันมีหน้าที่ในการรักษาสมดุลต่างๆ ในสังคมไว้ มันมีหน้าที่เป็นยาบรรเทาความตึงเครียดทางสังคม (ซึ่งเหนือสิ่งอื่นใดแล้วมันก็เกิดขึ้นจากสิ่งต่างๆ ที่พวกท่านกำลังอุ้มชูนั่นแหละ)

พวกท่านอาจเห็นว่ามันเป็นสิ่งอันล้นเกินของสังคม เป็นอาการ (Symptom) ของสังคมที่กำลังเจ็บป่วย แต่เรากลับเห็นว่าเป็นสิ่งปกติของสังคมเป็นปัจจัยที่ทำให้สังคมดำเนินไปได้ตามปกติเสียด้วยซ้ำ (Sinthome)

แน่นอนสิ่งเหล่านี้เคลมกันลอยๆ คงจะไม่เหมาะนัก ควรจะต้องทำการศึกษาวิจัยกันให้ถ้วนถี่ ขอเพียงพวกท่านสนับสนุนพวกเราอย่างตรงไปตรงมาและไม่เอาหูเอานาเอาตาไปไร่กับสิ่งที่อาจจะรกหูรกตาท่านที่เราอาจค้นพบ บทสรุปของประเด็นนี้มันอาจต่างออกไปจากการอ้างหลักการลอยๆ และ ฟังความข้างเดียวของพวกท่านก็เป็นได้

อย่างไรก็ดีเรามิได้คิดว่าท่านจะรับสิ่งเหล่านี้ไว้พิจารณา เพราะ สำหรับท่านแล้วปล่อยให้เรื่องมันเงียบๆ ไปก็คงจะดีกว่า ปล่อยให้มีชิ้นงานอะไรมาเป็นประจักษ์พยานแห่งความเขลาในเชิงนโยบายของท่าน 

มองจากตรงนี้แล้วพวกเราขอเรียกร้องสั้นๆ ในเบื้องต้นจะดีกว่ากระมังให้พวกท่านนั้นยกเลิกนโยบายดังกล่าวเสีย

หากท่านไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของเราโดยเฉียบพลัน เราจะทำการอนารยะขัดขืน (Uncivil Disobedience) โดยการดื่มสุราประท้วง (อันเป็นการขัดขืนอันโฉ่งฉ่างกว่าการอดอาหารประท้วงเป็นแน่) 

ท่านคงจะรู้ดีว่ากลุ่มคนที่ถูกลิดรอนสิทธิไปมากที่สุดจากนโยบายดังกล่าวของท่านก็คือคนหนุ่มสาวอย่างเราๆ นี่แหละ หากท่านไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของเราท่านอาจได้เห็นพลังของคนหนุ่มสาวที่หลายๆ ฝ่ายเห็นว่ามันมอดดับไปแล้วอีกครั้ง ท่านจะเห็นว่าหนุ่มสาวสมัยนี้กระหายสุรามากกว่าประชาธิปไตยเพียงไร ถ้าจะกล่าวกันโดยสัจจริงแล้วพวกเรามิได้สนใจในประชาธิปไตยด้วยซ้ำหากมันไม่นำมาซึ่งสิทธิในการดื่มสุราของพวกเรา และ สิ่งที่เกี่ยวข้อง ถ้าจะให้ ประชาธิปไตย เราเปล่าๆ เราก็ไม่รู้จะเอามันไปทำไม เพราะในที่สุดแล้วมันก็เหลือแต่เพียงนามของมัน เอาไปเถอะท่าน เรายกให้ ปู้ยี่ปู้ยำชำเรามันให้หนำใจ แต่ขอสิทธิในการดื่มสุราของพวกเราคืนมาเป็นพอ

สุดท้ายนี้เราใคร่ขอให้สุราชนอันมีความแตกต่างหลากหลาย (Multitude) นั้นทำการต่อต้านอะไรก็ตามแต่ที่ลิดรอนเสรีภาพในการดื่มสุราของเราอย่างพร้อมเพรียงกัน และจงตระหนักไว้ให้ดีว่าพวกเราสุราชนในฐานะที่เป็นสุราชนแล้ว ไม่มีผู้ปกครองที่ ดี หรือ เลว, ทรราช หรือ ราชาปราชญ์ มีแต่ผู้ปกครองที่ให้เสรีภาพในการไหลเวียนของสุราในสังคมหรือไม่ให้ เท่านั้น และ ถ้าเราต้องเผชิญหน้ากับผู้ปกครองที่ไม่ให้สุราไหลเวียนแล้วพันธมิตรของเรานั้นก็ใครขอเชิญพวกท่านทำการต่อต่านกับพวกเราโดยพร้อมเพรียงกัน และสุดท้ายนี้เราก็คงต้องกล่าวเช่นเคยว่า

สุราชนทั่วโลกจงรวมตัวกัน 

ด้วยความเคารพอย่าง …. ?

ก.      สูง

ข.      กลาง

ค.      ต่ำ

ง.       ผิดทุกข้อ


[1] ว่าจะไม่มีเชิงอรรถแล้วสำหรับงานชิ้นนี้ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ งานชิ้นนี้เขียนขึ้นจากเรื่องต่างๆ ที่ประสบมาในช่วงนี้ อาจมีเค้าโครงจากข้อเท็จจริงบ้าง ซึ่งก็ขอให้ท่านผู้อ่านคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความขึงขังในตัวงานประเภทคำประกาศอะไรทำนองนี้ ผมจะไม่ใส่เชิงอรรถในตัวงาน (พูดอย่างนี้ในเชิง อรรถนี่มัน Paradox นะเนี่ย หรือนี่คือ Meta Footnote?)  แนวคิดที่หยิบยืมมาจากท่านอื่นๆบ้าง (มีแน่) ก็ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจและขอประทานโทษท่านเหล่านั้นด้วยที่ไม่ได้ทำการอ้างอิงพวกท่านอย่างเหมาะสม

3 Responses to “ประกาศ พันธมิตรสุราชนเพื่อสุราธิปไตยอันมีการดื่มสุราเป็นอาวุธ ฉบับที่ 10”

  1. bact' Says:

    เสียงกู่ตะโกน ปลุกใจ ในขบวนประท้วง:

    “หมดแก้ว! หมดแก้ว! หมดแก้ว! …”

  2. Patrapee Says:

    ฮึฮึ

    คำขึ้นต้นอาจดูแปลกสักหน่อย กับเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอเช่นนั้น
    การออกกฎเกณฑ์อะไรสักอย่างมาเพื่อจำกัดสิทธิ์ของสมาชิกใต้กฎหมายของตน
    มันย่อมีเหตุผลบางประการอยู่ไม่ว่าจะเพื่อเพิ่มผลประโยชน์ให้รัฐ เหมือนการนำผลิตเหล้าออกจากประชาชนเหมือนที่ผ่านมา หรืออาจจะเพียงเพราะประโยชน์ของผู้มีอิทธิพลต่อนโยบายของรัฐ หรืออาจจะเพื่อประโยชน์ของรัฐ คนส่วนใหญ่ในรัฐก็ได้ (อย่าถามว่าคิดเช่นไร)
    “เรานั้นถือว่าเราอยู่ในสังคมอารยะ เราถือว่าเรามีสิทธิอันชอบธรรมเหนือร่างกายของเรา เราจะทำอะไรก็ได้กับร่างกายของเราตามเจตจำนงของเรา ไม่มีใครหรือผู้ใด (ไม่ว่าจะเป็น บุตร, ธิดา, สามี, ภรรยา หรือ บุพการี ของเราก็ตาม) จะทำการละเมิดร่างกายของเราได้โดยชอบธรรมโดยปราศจากการอนุญาตของเรา ”
    ในสถานะท่านเป็นศิษย์สำนักท่าพระจันทร์ ขอถามว่าอิสรภาพทุกตารางนิ้วมีจริงหรือ?
    กรอบ และโครงข่ายบางอย่างมันยึดโยงกันอยู่อย่างวุ่นวายไปหมด บางครั้งเราก็เรียกมันว่า วัฒนธรรม หรือศีลธรรม
    ศาสนาพุทธ (ซึ่งเป็นศาสนาในบัตรฯของท่าน) ยังห้ามมิให้ฆ่าตัวตาย หรือศาสนาพุทธกำลังละเมิดสิทธิอันชอบธรรมของท่านอยู่ด้วยเช่นนั้นหรือ

    จริงอยู่ว่าตัวเรา(พวกเรา)ก็เป็นพวกชอบร่ำสุราอยู่เป็นนิจ แต่การที่รัฐออกกฏดังกล่าวมาใช่ว่าเราจะต้องออกมาคั้นค้านขัดแย้งเสียทั้งหมด
    หากมองดูแล้วมันก็เป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของสังคม
    ข้ออ้างทางศาสนาหรือวัฒนธรรม อาจจะฟังไม่ขึ้น แต่ข้ออ้างความสุขโดยรวมของคนในสังคม (ถ้าท่านมองเห็น) จะเห็นได้ว่า ผู้ดื่มสุราได้ละเมิดผู้อื่น หรือตัวน้ำสุราก็ได้เข้าไปบ่อนทำลายทรัพยากรต่างๆของเรา
    ผมเห็นควรให้ “รัฐ” หาวิธีการบรรเทาปัญหาเหล่านี้ แม้ผมจะไม่ค่อยมั่นใจในรัฐแห่งนี้ แต่ผมก็คิดว่าไม่ควรที่จะหยุด อย่างดูดาย
    หากย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน บรรยากาศทางสังคมต่อ”บุหรี่” ต่างจากทุกวันขนาดไหน
    สุราก็อาจจะเปลี่ยนไปในสักวัน
    ผมรู้ว่าคุณคงไม่เห็นด้วยเรื่องบุหรี่เช่นกัน
    แต่ผมไม่ใช่คนที่เชื่อ และยึดมั่นกับหลักอิสระ เสรีเท่าใดนัก ผมเชื่อว่าผมคิดได้อย่างเสรี แต่กลับการกระทำผมคงต้องคิดหน้าคิดหลักสักเล็กน้อย ให้การกระทำของผมไม่เกิดความละอายแก่ตนเอง ซึ่งก็คือการผิดกฏบางๆของตัวผมเอง ซึ่งอาจจะเกิดจากค่านิยมในสังคม

    นโยบายดังกล่าวของรัฐบาลคนแก่ครั้งนี้ผมก็ไม่เห็นด้วยนะ แต่เหตุผลต่างจากคุณอยู่พอควร ผมไม่เชื่อในหลักการนำกฎมาครอบสิ่งที่มันเป็นอยู่ แล้วหวังให้สังคมค่อยขยับปรับสู่สิ่งกฎกำหนด ……. ผมเชื่อว่าจะเกิดการขัดกันของสิ่งที่เป็นกับสิ่งที่ครอบ
    ผมไม่เห็นด้วยเพราะเหตุนั้น ผมเบื่อมากเพราะความขัดแย้งเหล่านั้นมีอยู่มากมายแล้วในสังคมของเรา
    หากถามว่านโยบายที่ควรจะเป็นอย่างไร ผมคงไม่ขอตอบในวันนี้ แต่เร็ววันคงจะให้คำตอบนั้นแก่ท่าน
    ในวงสุรา

    เรื่องยังมีอีกยาว………..เบื่อจะสาธยายทางนี้เสียแล้ว
    ผมเชื่อว่าคุณอ่านแล้วคงคันปากอยากจะเถียง คัดค้าน
    ผมเองเช่นกัน อยากแลกเปลี่ยนประเด็นนี้

    รอคอยการพบเจอด้วยใจจดจ่อยิ่ง
    พัฒน์ รพี

  3. วิญญ์ Says:

    ผมไม่เดือดร้อนกับนโยบายนี้ของรัฐบาลครับ เพราะผมไม่ดื่มเหล้า ^_^


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: