Home

ความกล้าหาญทางจริยธรรมของปัญญาชนที่แท้ไม่ใช่การหลบอยู่หลังคำว่า “ประชาชน” แต่เป็นการกล้ามาโจมตี “ประชาชน” ถ้าประชาชนผิด?

กันยายน 12, 2006

ความกล้าหาญทางจริยธรรมของปัญญาชนที่แท้ไม่ใช่การหลบอยู่หลังคำว่า “ประชาชน” แต่เป็นการกล้ามาโจมตี “ประชาชน” ถ้าประชาชนผิด?[1]

By FxxkNoEvil

1

ความกล้าหาญทางจริยธรรมของปัญญาชนที่แท้ไม่ใช่การหลบอยู่หลังคำว่า “ประชาชน” แต่เป็นการกล้ามาโจมตี “ประชาชน” ถ้าประชาชนผิด ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งซึ่งปัญญาชนโดยทั่วไปนั้นไม่กล้าออกมาโจมตีก็คือประชาชนผมพอเข้าใจว่าการเป็นศัตรูกับประชาชนนั้นมันมีราคาที่แพงมาก แต่คำถามผมก็คือว่าประชาชนนั้นผิดไม่ได้เหรอครับ?ผมรู้ว่าหลายคนนั้นเห็นว่าปัญญาชนนั้นต้องเป็นปากเสียงให้กับประชาชน และ ผมก็เห็นการสร้างภาพตัวแทนของประชาชน การอ้างประชาชนในการสร้างความชอบธรรมต่างๆผมไม่คิดว่านั่นเป็นสิ่งที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรมเลยครับออกจะเป็นการ Play Safe ด้วยซ้ำผมถามตรงๆ ในฐานะปัญญชนคนหนึ่งเลยนะครับ ว่าจริงๆ แล้วคุณนั้นเห็นด้วยกับ ความคิดความเห็นของประชาชนทั่วไปแค่ไหนผมมั่นใจว่าส่วนใหญ่แล้วก็ต้องมีปะปนกันไปแต่จะให้เห็นด้วยทุกครั้งนั้นคงยากผมคิดว่าความกล้าหาญและซื่อสัตย์ต่อความคิดและหลักการของปัญญาชนนั้นจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ เขานั้นกล้าหักกับความเห็นทั่วๆไป กับ ความเห็นอันผิดๆ (ในกรอบที่ปัญญาชนหนึ่งๆ นั้นถือ) ของประชาชนอย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะครับ ผมก็ไม่กล้าได้แต่เลี่ยงๆ ผมไม่ได้มีความกล้าหาญครับ แต่ก็ไม่สามารถหน้าไหว้หลังหลอกกับตัวเองได้ ก็ได้แต่สนับสนุนให้กำลังใจปัญญาชนผู้กล้าห่างๆ ครับ

2 

ผมคิดว่าตามจารีตการหาความรู้อย่างน้อยก็ในแบบตะวันตกนั้น มันมีการแยก “ความเห็น” ของฝูงชน กับ สิ่งที่เรียกว่า “ความรู้” อย่างชัดเจนครับสิ่งที่ตามมาก็คือ โดยพื้นฐานแล้ว ปัญญาชนอันเป็นมิตรของความรู้นั้นไม่มีความจำเป็นไดๆ ทั้งสิ้น
ที่จะต้องมีความเห็นนั้นตรงกับฝูงชนไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร
ผมคิดว่านี่เป็นช่องว่างพื้นฐานระหว่าง ปัญญาชน กับ ประชาชนครับหรือ ถ้าอธิบายในแบบหน้าที่แล้ว ถ้าปัญญาชนนั้นมีความคิดเหมือนประชาชนทุกประการแล้วเราจะมีปัญญาชนไปทำไมครับ? ปัญญาชนจะทำหน้าที่อะไร?จริงอยู่ครับมีปัญญาชนอนุรักษ์นิยมกลุ่มหนึ่งนั้นพยายามจะอ่านค่านิยมหลักๆ ในสังคมให้มันไปทางเดียวกัน
และส่วนหนึ่งของการกระทำดังกล่าวนั้นก็ได้ Shape จิตสำนึกของประชาชนแบบหลวมๆแต่ก็มีปัญญาชนอีกกลุ่มหนึ่งไม่ใช่หรือครับที่เห็นว่านั่นเป็นโลกทัศน์ที่ผิดพลาดอย่างไม่มากก็น้อย และถ้าทุกๆ คนนั้นไม่ความเข้าใจดังกล่าวนั้นจะทำให้เกิดผลที่ไม่ค่อยดีนักบางประการตามมาผมคิดว่าด้วยแรงผลักดันอะไรบางอย่างแล้ว เราควรจะกล้าโจมตีความเห็นของคนส่วนใหญ่ครับข้อคิดเห็นของผมที่ให้อัดกับประชาชนนั้นอาจแรงไปครับ (วิธีการประนีประนอมของคุณแซนวิชหัวหอมอาจเข้าท่ากว่าถ้าอยากอยู่อย่างเป็นสุข)แต่อย่างว่าล่ะครับผมเรียกร้องถึงความกล้าทางจริยธรรมในสิ่งที่ตนเองคิดเห็นและเชื่อ และผมก็เชื่อว่าในจุดหนึ่งแล้วปัญญาชนบางคนนั้นอาจจะรู้สึกว่าตนนั้นแทบจะเป็นศัตรูกับประชาชน หรือ กระทั่งคนทั้งโลก (ผมเน้นว่ารู้สึก)ผมคิดว่าการเลือกที่จะปะทะในตอนนั้นเป็นความกล้าหาญทางจริยธรรมของปัญญาชนครับโสเครติส (จริงผมไม่ค่อยชอบความคิดบางอย่างไอ้หมอนี่เท่าไร) นั้นยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะ เลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่ตนเชื่อจนตัวตายไม่ใช่หรือครับ?แล้วจารีตทางปัญญาตั้งมากมายไม่ใช่หรือครับที่เรียกได้ว่ามาก่อนยุคสมัย ไม่ว่าใครก็แทบจะเห็นว่าไอ้นี่บ้า ปัญญาชนหลายๆ คนนั้นอยู่ลำบากจะตายเพราะ ยืนยันในความเห็นและความเชื่อของตน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ก็คือ ความกล้าหาญทางปัญญาที่ผมอยากให้มันเป็นจริยธรรมบางอย่างของปัญญาชนสืบไปครับ 3 

ก่อนอื่นผมต้องออกตัวนะครับว่าผมไม่ใด้บอกว่าประชาชนนั้น “โง่” หรือ “ผิด” (ใน Sense แบบหยาบที่สุด) และปัญญาชนนั้นต้อง ฉลาด หรือ ถูก เสมอแต่การที่ปัญญาชนนั้นมีความคิดอะไรบางอย่างที่ประชาชนนั้นพึงจะฟัง หรือ เข้าท่ากว่าประชาชนนั้นมันมีนัยยะอย่างไรล่ะครับ?ผมคิดว่า Position ดังกล่าวนั้นแสดงให้เห็นถึงสภาวะอันสูงกว่าทางปัญญาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ผมรู้ครับว่าการกล่าวว่าประชาชนนั้น “โง่” นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องทางการเมืองอย่างมาก และ ผมก็ไม่คิดจะกล่าวเช่นนั้นกับประชาชนแต่การที่ปัญญาชนนั้นมีสิทธิไปสอนประชาชน หรือ กระทั่งไปบอกว่าประชาชนนั้นต้องการๆ ศึกษาที่มากหรือดีขึ้นผมถามตรงๆ เถอะครับว่าในระดับหนึ่งแล้วนัยยะมันต่างกันตรงไหน?ผมคิดว่ามันนิ่มกว่าเท่านั้นอีกเรื่องนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าผ่ายที่โต้แย้งนั้นคิดว่าประชาชนนั้นไม่เคยมองปัญญาชนว่า ผิด หรือ โง่ เหรอครับ?ผมคิดว่าประชาชนนั้นสามารถด่าปัญญาชนด้วยคำดังกล่าวได้อย่างไม่มีจริตจก้าน กว่าที่ปัญญาชนนั้นด่าประชาชนเสียอีกซึ่งผมคิดว่าปัญญาชนนั้นอัดประชาชนกลับมันก็แฟร์ดีนี่ครับ
และสำหรับผู้ที่มีแรงต้านวิธีคิดแบบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางและ การตัดสินคุณค่า อย่างถึงที่สุด
 
ถามจริงเถอะครับว่าการ “ไม่ตัดสินคุณค่า” นั้นทำได้เหรอครับ? หรือว่ามันเป็นเพียงการไม่กล่าวมาตรงๆ เพราะมันผิดจริต?  ประเด็นสุดท้ายนะครับการไม่เอาตัวเองมาเป็นศูนย์กลางความคิดนั้นในระดับหนึ่งแล้วทำได้ครับแต่ต้องมีตัวอ้างอิงประชาชน” ไงครับ 


[1] ดัดแปลงและปรับปรุงจากข้อถกเถียงในกระทู้ชื่อเดียวกันใน Web board มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ออนไลน์ไปดูได้ที่   http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=midnightuniv&topic=11404&page=1  ขอบคุณทุกท่านในกระทู้ที่เข้ามาร่วมถกเถียงและแลกเปลี่ยนกันอย่างสร้างสรรค์ 

3 Responses to “ความกล้าหาญทางจริยธรรมของปัญญาชนที่แท้ไม่ใช่การหลบอยู่หลังคำว่า “ประชาชน” แต่เป็นการกล้ามาโจมตี “ประชาชน” ถ้าประชาชนผิด?”

  1. วิญญ์ Says:

    กุเพิ่งไปอ่านงานไชยันต์ใน onopen.com มา เรื่องปัญญาชนกับมหาชน(ประชาชน) ไม่รู้มึงอ่านยัง ถ้ายังก็ลองไปอ่านดู

  2. the author Says:

    อืมห์ อุดมการณ์

  3. the author Says:

    ปล.เราคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างอ่ะ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: