Fragments From The Traumatic Life I
พฤษภาคม 24, 2008
Fragments From The Traumatic Life I
[ข้อความต่อไปนี้เป็นอะไรที่ส่วนตัวมากๆ อ่านแล้วโปรดพิจารณา]
ความเจ็บป่วยได้คืบคลานเข้ามาหาข้าพเจ้าอย่างช้าๆ และเลือดเย็น ในที่สุดข้าพเจ้าก็ตระหนักว่าสุราและกีต้าร์นั้นไม่สามารถบรรเทามันได้อีกต่อไป อะไรอยู่ในกายของข้าพเจ้า? ราวกับเป็นเสียงที่อัดแน่นอยู่ในร่างกายแต่ไม่อาจเปล่งออกมาข้างนอกได้ I am The Negative!!! ข้าพเจ้ารู้ดีว่ารากฐานของตนนั้นเป็นเพียงรอยแยกอันเจ็บปวด ความเจ็บปวดนั้นไหลบ่ามาจากทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตอย่างไม่บันยะบันยัง อะไรคือสิ่งที่หยุดยั้งมัน? ข้าพเจ้าจัดการกับมันอย่างไร? นานมาแล้วข้าพเจ้าพบว่าการเปล่งเสียงนั้นมีความมหัศจรรย์ของมันอยู่ การเปล่งเสียงในที่นี้ไม่ใช่การปลดปล่อยเสียงที่มีรูปแบบชัดเจนในทางวัฒนธรรม แต่เป็นการเปล่งเสียงไร้รูปที่ตัดแทรกระนาบความเป็นจริงที่ถูกสร้างด้วยระบบสัญลักษณ์ต่างๆ อีกที และเสียงดังกล่าวนี่เองที่เป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกับเจ็บป่วยภายใน ตรงนี้การตะหนักถึงสิ่งที่อยู่ข้างในกับการที่มันออกมานั้นก็ไม่ได้แยกออกจากกัน
…
ไม่มีใครเข้าใจ! ไม่มีใครเข้าใจ! ไม่มีใครเคยเข้าใจ! หากเพียงมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทุกวันนี้ดูจะไม่มีใครอยากเข้าใจมากกว่า ความเจ็บปวดของข้าพเจ้าเป็นเรื่องน่ารำคาญสำหรับคนรอบข้าง ข้าพเจ้าตระหนักดี ตรงนี้ทำให้ข้าพเจ้านั้นฉาบเคลือบตรงนี้ด้วยการพยายามสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้าง และพยายามดูดซึมความเจ็บปวดของคนรอบข้างผ่านการฟัง … ตอนนี้ข้าพเจ้าไม่มีคุณสมบัติแล้วหรือที่จำทำเช่นนั้น? ข้าพเจ้าไม่อาจเจ็บปวดจนรู้สึกว่าเป็นต้องหัวเราะออกมาและข้าพเจ้าก็ไม่สามารถอดทนเรื่องราวของคนอื่นๆ ได้ ใช่ ข้าพเจ้าน่าขยะแขยง ข้าพเจ้ายากจะชอบมันแต่มันทำไม่ได้จริงๆ
…
ไม่นานมานี้ข้าพเจ้าพึงจะเข้าใจว่าคนทางรอดที่ข้าพเจ้าเลือกอีกครั้งนำข้าพเจ้ากับมาสูความตายอีกครั้ง ราวกับว่าข้าพเข้าต้องร่อนเร่ไปอย่างเจ็บปวดและไม่มีวันตายชั่วกัปชั่วกัลป์ ความตายควรจะจบทุกอย่าง หากข้าพเจ้ามีความกล้าหาญเพียงพอ แต่ความกลัวตรงนี้ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นการกลัวความตายหรือความเป็นอมตะกันแน่ AS IF WE’RE ALL UNDEAD !!!
…
ข้าพเจ้าสังเกตมานานแล้วว่าข้าพเจ้าจะต้องเปลี่ยนมิตรสหายที่สนิททุกๆ 2-3 ปี และนี่ก็ดูจะใกล้ถึงเวลาอีกครั้ง ชีวิตของข้าพเจ้านั้นยุ่งเหยิงภายในและถูกตีจาก อยู่ดีๆ วงเหล้าของข้าพเจ้าก็แตกพังไม่อย่างไม่มีชิ้นดี ข้าพเจ้าไม่โทษใคร อย่างไรก็ดีก็เป็นเรื่องตลกที่คนที่ใกล้ชิดข้าพเจ้ามากๆ นั้นก็ดูจะเบื่อข้าพเจ้าโดยอัตโนมัติในช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ข้าพเข้าเบื่อพวกเขาเหล่านั้น หลังจากนั้นหนทางที่เราจะเป็นมิตรต่อกันอยู่ได้ก็อยู่ที่การรักษาระยะห่างที่เหมาะสมเท่านั้น มิตรสหายจำนวนมากข้าพเจ้าคิดว่าควรจะพูดคุยกันยาวๆ สักปีละครั้งสองครั้งเท่านั้น ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าไม่ชอบพวกเขา (เพราะถ้าข้าพเจ้าไม่ชอบพวกเขาข้าพเจ้าก็คงไม่เสียเวลาไปยุ่ง) แต่การอยู่ใกล้กันมากๆ ทำให้คนนั้นเหม็นเบื่อกัน ไปจนถึงเกลียดกันได้ไม่ยากเลย ดังนี้ระยะห่างที่เหมาะสมก็คงเป็นคำตอบสุดท้าย อย่างไรก็ดีข้าพเจ้าก็ต้องการมิตรสหายที่ค่อนข้างสนิทตลอดเวลาอยู่ดี ข้าพเจ้าจะทำอย่างไรดี? หรือจะต้องทำการรีไซเคิลมิตรสหายเก่าๆ อย่างน้อยพวกเขาจำนวนมากก็ไม่รู้สึกว่าตัวตนอันหนีไม่พ้นของข้าพเจ้านั้น Disturbing เท่าไร
…
วงวิชาการ Corrupt ข้าพเจ้า !!! ข้าพเจ้าเริ่มรู้สึกคิดผิดที่เข้ามาอยู่ในวงวิชาการ ในยามแรกข้าพเจ้าหวังว่าจะได้พบกับผู้คนที่คล้ายคลึงกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคิดไม่ถูกเสียที่เดียว ข้าพเจ้าพบว่าคนไม่จำเป็นต้องชอบนักวิชาการที่ดีในฐานะนักวิชาการเสมอไป สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นว่าสุดท้ายข้าพเจ้าก็เป็นมิตรกับคนนอกคอกดังเช่นที่ข้าพเจ้าเป็นมาตลอดชีวิต ข้าพเจ้าไม่ใช่นักวิชาการนอกคอก แต่เป็นคนนอกคอกที่ปังเอิญเป็นนักวิชาการก็เท่านั้น ข้าพเจ้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคนนอกคอกมากกว่านักวิชาการ ข้าพเจ้ายืนยันเสมอว่าความสัมพันธ์ของข้าพเจ้าจะทำงานได้ที่ที่สุดผ่านความเกลียดชังร่วม ข้าพเจ้าไม่ได้รักความรู้ แต่ข้าพเจ้ากระหายมันในฐานะอาวุธที่จะใช้ฟาดฟันศัตรูของข้าพเจ้า ในแง่นี้การเลือกทำประเด็นที่ชอบจึงเป็นเรื่องที่ผิดแต่แรก สิ่งที่เหมาะกับข้าพเจ้ามากกว่าคือการทำประเด็นที่ข้าพเจ้าเกลียดและอยากโจมตีมากกว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตามถึงที่สุดแล้ว สิ่งที่ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นจารีตการเขียนงานวิชาการนั้นบ่อนทำลายข้าพเจ้าอย่างช้าๆ โดยข้าพเจ้าไม่รู้ตัว ข้าพเจ้าเป็นคนถ่อย การที่ข้าพเจ้าต้องบีบตนให้ต้องพูดและเขียนอย่างสุดภาพนั้นทำให้มีบางอย่างหลงเหลืออยู่ซึ่งมันก็กองพูนสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาคือ ข้าพเจ้าพึ่งจะตระหนักมันจริงจังพร้อมกับพบว่าข้าพเจ้านั้นเสื่อมสมรรถภาพในการเอามันออกมา
…
Trauma, Negative, Real, Rupture, Jouissance, Voice, Drive, Hatred, Fear, Desperation, Anxiety, Dread, Pain, Suffering or Whatever It Calls !!! In The Really Existing Experience, It’s Quite Hard To Separate These Things Apart.
Fernand Braudel, Civilization and Capitalism, 15th-18th Century, V.1 The Structures of Everyday Life: The Limits of the Possible, Translated by Sian Reynolds, (New York: Harper & Row, 1982)
ตอนที่ส้อมนั้นเริ่มจะถูกใช้บนโต๊ะอาหาร (เริ่มจากแถบๆ เวนิซและอิตาลี) ใหม่ๆ มีนักเทศเยอรมันประนามว่าการใช้ส้อมนั้นเป็นความฟุ่มเฟือยอย่างเลวร้าย พระเจ้าคงไม่สร้างมนุษย์มีนิ้วถ้าเขาคาดหวังว่ามนุษย์จะใช้อุปกรณ์พรรค์นั้น p. 205
ไม่มีช้อนและส้อมปรากฏในภาพ Last Supper ก่อน 1600 p. 208อาหารหมักเกลือ (Salted Food) นั้นมีความหมายเดียวกับ อาหารศักดิ์สิทธิ์ (Holy Food) ในภาษาฮิบรูโบราณ p. 209
เนยนั้นตอนแรกเป็นของที่จำกัดอยู่เฉพาะยุโรปเหนือ พวกคนเมอร์ดิเตอเรเนี่ยนเห็นว่าเนยนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้มีคนเป็นโรคเรื้อนมากขึ้น อย่างไรก็ดีเนยนั้นก็ได้แพร่กระจายไปทั่วยุโรปในศตวรรษที่ 18 p. 212
ในศตวรรษที่ 18 ชาวดัทช์เผาพริกไทยและจันทน์เทศ (Nutmeg) จำนวนมหาศาล หรือไม่ก็โยนสิ่งเหล่านี้ลงทะเลเพื่อรักษาระดับราคา p. 224
คนจีนไม่นิยมกินน้ำเย็น พอบาทหลวงคนหนึ่งกินน้ำเย็นบรรดาคนจีนที่อยู่ด้วยนั้นก๊ตกใจกันเป็นอย่างมากและพยายามเกลี้ยกล่อมให้หยุดพฤติกรรมอันเป็นอันตรายนั้นเสีย นอกจากนีเอกสารในราวๆกลางศตวรรษที่ 18 ยังระบุว่า ชาวจีนเห็นว่าถ้าชาวสเปนเลิกกินของเย็นๆ นั้นพวกเขาจะเจ็บไข้ได้ป่วยน้อยกว่านี้ p.254-255ราวศตวรรษที่ 17 ในฝรั่งเศสมีความเห็นของหมอหลายๆคน และข่าวลืออย่างหนาหูว่า กาแฟนั้นเป็นเครื่องดื่มที่ลดความต้องการทางเพศ (anti-aphrodisiac) และเป็น “เครื่องดื่มของขันที” p.257
หนังสือเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย p. 401ในเปอร์เซียนั้นมีการใช้คนวิ่งส่งสารแทนที่จะใช้ม้า ซึ่งคนพวกนี้จะถูกฝึกมาเป็นพิเศษและเป็นอาชีพที่สืบทอดกันมาในตระกูล คนพวกนี้จะสังเกตุได้ง่ายจากรองเท้า และการติดกระดิ่งไว้ที่เอวเพื่อที่จะทำให้ตื่นอยู่ตลอด นอกจากนี้แล้วในอินเดียก็มีคนที่มีหน้าที่เฉพาะแบบนี้เช่นกัน p. 429-430
ป.ล. ตอนแรกผมตั้งใจจะอ่านให้จบทั้ง 3 Vol. แต่เริ่มเปลี่ยนใจแล้วเพราะตอนจะจบ Vol. แรกอ่านได้ช้ามาก
รวมลิงค์เพลงการ์ตูนและซีรี่ส์ยอดมนุษย์ใน YouTube
ธันวาคม 9, 2006
พอดีผมเคยรวบรวมไว้จะทิ้งไปก็เสียดาย จึงมานำเสนอไว้ ณ ทีนี้ครับ (ตอนนี้ยุ่งกับการเก็บข้อมูลสุดๆ เลย เลยยังไม่มีบทความใหม่ แต่คาดว่าจะเร็วๆ นี้ครับ) เพลงพวกนี้จำนวนมากเป็นของ Animetal นะครับลองๆ คลิกเข้าไปฟังดูได้ สำหรับผมมันเป็นสิ่งที่เติมพลังผมได้อย่างชงัดหลังจากการอ่านหนังสือมาทั้งวัน
ส่วนแรก: เพลงของ Animetal
http://www.youtube.com/watch?v=60zOZnUz6rM อันนี้เพลง Combattler V กับ Voltes V ประกอบกับไตเติลการ์ตูนทั้งคู่เป็นการ์ตูนหุ่นยนที่ผมชอบมากๆ ทั้งคู่เลย ผมจำได้ว่าตอนผมได้มาตอนแรก ผมฟังวนไปวนมาทั้งวันเลย
http://www.youtube.com/watch?v=wAbhhaotspg อันนี้เล่นสดเพลง Getchaman
http://www.youtube.com/watch?v=nkQA4xUXs14 อันนี้เล่นสดเพลง Koutetsu Jeeg
http://www.youtube.com/watch?v=-rYsdeQIcAE อันนี้เพลง You are shock ประกอบกับ ไตเติลเค็นชิโร่
http://www.youtube.com/watch?v=vjavoHXqNd4 อันนี้ประกอบไตเติล Mazinger Z ผมดูแล้วนึกไปนึกมาตลกดี ที่ Mazinger ต้องสู้กับหุ่นสัตว์ประหลาด 5 ตัว ผมว่ามันกลับกับพวกขบวนการ 5 สี ที่ 5 คนรุมสัตว์ประหลาดตัวเดียว
http://www.youtube.com/watch?v=9R4Wel3K1cc อันนี้เป็นเล่นสด Medley เพลงไอ้มดแดง ผมเสียดายเล็กน้อยที่ไม่มีเพลง Raider X เพราะ ผมชอบมากๆ
http://www.youtube.com/watch?v=RLEUTqqqmBQ อันนี้เพลงประกอบไตเติล Great Mazinger
http://www.youtube.com/watch?v=sHgvtFz3-r0 อันนี้เล่นสดเพลง Pegasus Fantasy หรือที่หลายๆ ท่านรู้จักมันในนามเพลงเซนต์เซย่านั่นเอง
http://www.youtube.com/watch?v=piMnuqluLac อันนี้เพลงประกอบไตเติล Cutie Honey
http://www.youtube.com/watch?v=NYxeiZrQyNU อันนี้เพลงประกอบไตเติล Sharivan หรือ ที่น่าจะรู้จักกันในนาม ชาลีบันนั่นเอง (ผมคิดว่าใช่นะ)
http://www.youtube.com/watch?v=h0YOLVEZQKc อันนี้เพลงประกอบไตเติล Turboranger
http://www.youtube.com/watch?v=jdXM48arOvY อันนี้เล่นสดเพลง Moonlight Densetsu หรือ ที่รู้จักกันในนามเพลง “เซเล่อร์มูน” นั่นเอง
http://www.youtube.com/watch?v=9eEieuBK668 อันนี้เพลงประกอบไตเติลดรากอนบอลภาคแรก อันนี้ผมชอบมากๆ เหมือนกัน
http://www.youtube.com/watch?v=djGBYcexYMM อันนี้เป็น Medley เพลงไอ้มดแดง (หรือ Kamen Raider) ประกอบไตเติล
ส่วนที่สอง: อื่นๆ
จริงๆ มันก็ไม่ได้ “อื่นๆ” เท่าไรนะผมว่า เพราะ ที่ผมคัดมามันเป็นเพลง เค็นชิโร่ เสียส่วนใหญ่ (ซึ่งผมฟังเพื่อเพิ่มพลังในการเขียนบทความ)
http://www.youtube.com/watch?v=HEmcT4OIRQk อันนี้เพลง Silent Survivor ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันปรากฏขึ้นมาตอนไหนของซีรี่ แต่คาดว่าน่าจะเป็นช่วงสุดท้ายของภาคแรก ก่อนที่เค็น จะต่อสู้กับ ราโอ
http://www.youtube.com/watch?v=YyMLan8kbmo อันนี้เพลง Tough Boy อันเป็นเพลงประกอบไตเติลของภาค 2 http://www.youtube.com/watch?v=PeWQphwD8Q0 อันนี้เพลง You Ha Shock (ผมไม่แน่ใจชื่อเพลงจริงๆนะเนี่ย) ประกอบกับ Anmation ของ Version Remake
http://www.youtube.com/watch?v=kCoMwtozlbI อันนี้เพลงไตเติลภาษาอิตาเลียน ผมว่ามันเนือยๆนะ
http://www.youtube.com/watch?v=34-K45ITYjc อันนี้เพลงไตเติลภาษาฝรั่งเศสฟังครั้งแรกผมเฉยๆ ฟังไปฟังมาชักมันแฮะ
http://www.youtube.com/watch?v=7yzCPgFFBes อันนี้เพลงภาษาฝรั่งเศสเพลงเดียวกับข้างบน แต่ยาวกว่า (น่าจะเต็มเพลง) สังเกตหน้า เค็นดีๆ จะพบว่ามีหน้าเหวอๆ หลาย Shot เหมือนกัน ซึ่งผมพบว่ามันเป็นสิ่งที่จี้มากๆ
http://www.youtube.com/watch?v=an3ww6MyVPM อันนี้เพลงประกอบ Souten No Ken อันเป็นภาคก่อน Hokuto No Ken ผมว่ามันออกแนวเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ยังไงไม่รู้ แต่ผมชอบเพลงมันนะ
นี่เป็น Link ให้เข้าไป Download เพลงเหล่านี้ได้บางส่วน
http://www.hokutonoken.it/mp3misto.htm อันนี้เพลง Original
http://www.hokutonoken.it/remix.htm อันนี้เป็นเวอร์ชั่นอื่นๆ เช่น Animetal