Fernand Braudel, Civilization and Capitalism, 15th-18th Century, V.1 The Structures of Everyday Life: The Limits of the Possible, Translated by Sian Reynolds, (New York: Harper & Row, 1982)
ตอนที่ส้อมนั้นเริ่มจะถูกใช้บนโต๊ะอาหาร (เริ่มจากแถบๆ เวนิซและอิตาลี) ใหม่ๆ มีนักเทศเยอรมันประนามว่าการใช้ส้อมนั้นเป็นความฟุ่มเฟือยอย่างเลวร้าย พระเจ้าคงไม่สร้างมนุษย์มีนิ้วถ้าเขาคาดหวังว่ามนุษย์จะใช้อุปกรณ์พรรค์นั้น p. 205
ไม่มีช้อนและส้อมปรากฏในภาพ Last Supper ก่อน 1600 p. 208อาหารหมักเกลือ (Salted Food) นั้นมีความหมายเดียวกับ อาหารศักดิ์สิทธิ์ (Holy Food) ในภาษาฮิบรูโบราณ p. 209
เนยนั้นตอนแรกเป็นของที่จำกัดอยู่เฉพาะยุโรปเหนือ พวกคนเมอร์ดิเตอเรเนี่ยนเห็นว่าเนยนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้มีคนเป็นโรคเรื้อนมากขึ้น อย่างไรก็ดีเนยนั้นก็ได้แพร่กระจายไปทั่วยุโรปในศตวรรษที่ 18 p. 212
ในศตวรรษที่ 18 ชาวดัทช์เผาพริกไทยและจันทน์เทศ (Nutmeg) จำนวนมหาศาล หรือไม่ก็โยนสิ่งเหล่านี้ลงทะเลเพื่อรักษาระดับราคา p. 224
คนจีนไม่นิยมกินน้ำเย็น พอบาทหลวงคนหนึ่งกินน้ำเย็นบรรดาคนจีนที่อยู่ด้วยนั้นก๊ตกใจกันเป็นอย่างมากและพยายามเกลี้ยกล่อมให้หยุดพฤติกรรมอันเป็นอันตรายนั้นเสีย นอกจากนีเอกสารในราวๆกลางศตวรรษที่ 18 ยังระบุว่า ชาวจีนเห็นว่าถ้าชาวสเปนเลิกกินของเย็นๆ นั้นพวกเขาจะเจ็บไข้ได้ป่วยน้อยกว่านี้ p.254-255ราวศตวรรษที่ 17 ในฝรั่งเศสมีความเห็นของหมอหลายๆคน และข่าวลืออย่างหนาหูว่า กาแฟนั้นเป็นเครื่องดื่มที่ลดความต้องการทางเพศ (anti-aphrodisiac) และเป็น “เครื่องดื่มของขันที” p.257
หนังสือเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย p. 401ในเปอร์เซียนั้นมีการใช้คนวิ่งส่งสารแทนที่จะใช้ม้า ซึ่งคนพวกนี้จะถูกฝึกมาเป็นพิเศษและเป็นอาชีพที่สืบทอดกันมาในตระกูล คนพวกนี้จะสังเกตุได้ง่ายจากรองเท้า และการติดกระดิ่งไว้ที่เอวเพื่อที่จะทำให้ตื่นอยู่ตลอด นอกจากนี้แล้วในอินเดียก็มีคนที่มีหน้าที่เฉพาะแบบนี้เช่นกัน p. 429-430
ป.ล. ตอนแรกผมตั้งใจจะอ่านให้จบทั้ง 3 Vol. แต่เริ่มเปลี่ยนใจแล้วเพราะตอนจะจบ Vol. แรกอ่านได้ช้ามาก
กันยายน 9, 2007 at 7:17 am
เปิดโลกแห่งการเรียนรู้เป็นอย่างมากครับ
ผมรู้แล้วว่าทำไม รพ.ผมคนไข้เยอะแม่ง อย่างนี้ต้องฟ้องบริษัทตู้เย็น และ บริษัทน้ำแข็งว่ะ
อีกอย่างครับ ผมเป็นหนุ่มที่ติดกาแฟ และผมชอบฟังเพลงของพี่ขันวง ไทเทเนี่ยมด้วย
ทำไงดีครับเนี่ย
อยากทราบว่าหนังสือเล่มนี้เป้นภาษาอะไรครับ
ด้วยรักและเคารพ
:->m’26
กันยายน 9, 2007 at 2:43 pm
ต้นฉบับเป็นภาษาฝรั่งเศส ส่วนที่ผมอ่านนี่เป็น Version แปลเป็นภาษาอังกฤษครับ
กันยายน 10, 2007 at 5:15 am
มีแปลเป็นไทยไหมครับ
ผมเป็นไทยนิยม
กันยายน 23, 2007 at 11:20 am
อ่านแล้วนึกถึงเรื่องในบ้านเราวันนี้แหละ
น้าเราชอบใช้ช้อนกลางกินข้าว แต่ป้านั้นเคร่งครัดเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร ต้องใช้ช้อนส้อมให้ครบ
เถียงกันไปมา ทะเลาะกัน
กินข้าวก็ไม่อร่อย
ทำให้เรารู้ว่าเรื่องไม่เป็นเรื่องสำหรับบางคนก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับบางคนได้เหมือนกันนะ
ธันวาคม 16, 2009 at 7:22 pm
พี่อ่าน โบรเดลด้วยหรอ
เค้าเป็นนักประวัติศาสตร์สาย lounge-duree นิ ชะมะ
น่าสนใจมากๆ จะลองหาอ่านดู
ธันวาคม 16, 2009 at 8:29 pm
555 ใช่ครับ เขาเป็น Annales รุ่นสองน่ะครับมีอิทธิพลมาก (ผมเคยเขียนถึง School นี้ใน ม. เที่ยงคืนอยู่) งานชิ้นที่ผมรีวิวก็น่าอ่านนะครับ ได้ข้อมูลแปลกๆ เยอะดี โดยเฉพาะเกี่ยวกับสิ่งของรอบๆ ตัวของคนยุโรปยุค Early Modern